Maps

โดย จิราวรรณ นุสุภะ  - 30 ก.ย. 2544


แผนที่ คีอแผนภาพที่แสดงส่วนต่างๆ ของผิวโลก ตั้งแต่ส่วนประกอบทั้งหมดของผิวโลก ไปจนถึงแสดงเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งที่ต้องการจะเน้นให้เห็นได้ชัด เช่น แผนที่
ประเทศ แผนที่จังหวัด อำเภอ ตำบล การแสดงรายละเอียดหรือเรื่องราวใช้ สัญลักษณ์ภาพ เส้นต่างๆ สี ในการเขียนแผนที่นั้นจะต้องทำอย่างมีกฎเกณฑ์ โดยอาศัยข้อมูลทางคณิตศาสตร์เป็นสำคัญ แผนที่เป็นวัสดุลายเส้นที่แสดงสัญลักษณ์ของพื้นผิวโลก ที่ถูกนำมาทำให้เป็นแผ่นแบนราบเพื่อสะดวกแก่การใช้ เพราะถ้าศึกษาจากลูกโลกไม่สามารถศึกษารายละเอียดได้แผนที่ส่วนใหญ่แสดงรายละเอียดมากกว่าลูกโลก แผนที่บางแบบทำขึ้นเพื่อแสดงเพียงบางส่วนของโลก ทั้งนี้เพราะเมื่อนำลูกโลกที่กลมมาแผ่ให้แบนเรียบและในส่วนหนึ่งส่วนใดของแผนที่ถูกต้องกับโลกก็จะมีบางส่วนของแผนที่ที่ผิดความจริงไป ดังนั้นแผนที่มักจะขยายบางส่วนบนลูกโลกให้ใหญ่ขึ้นเพื่อใช้ศึกษาให้ชัดเจน
การจัดทำแผนที่
<ม่วง> 1. หาแผนที่ที่ต้องการ เช่น ในการลอกอาจลอกเฉพาะเส้นแสดงทางคมนาคม หรือที่ตั้งของจังหวัด การเลือกเอาแผนที่สำเร็จรูปมาลอกโดยลากเส้นดังกล่าวนี้ต้องเลือกแผนที่ถูกต้องด้วย
2.นำไปย่อหรือขยายโดยวิธีการย่อและขยายลงบนกระดาษเนื้อเหนียวอย่างดี
3. เขียนตัวอักษรกำกับจุดต่างๆ ให้อ่านง่ายเห็นชัดเจน
4. ใช้สีต่างๆกันตามเส้นที่แสดงสิ่งต่างๆ เช่น สีเขียวสำหรับเส้นพี้นที่จังหวัด สีแดงสำหรับแม่น้ำ แต่พึงระวังว่าการใช้สีมากมายหลายสีอาจทำให้ดูสับสนวุ่นวาย
5. อาจนำเอาแผนที่นี้ ผนึกลงบนผ้าและทำขอบให้เรียบร้อย ทำที่แขวนโดยใช้ไม้ไผ่
เหลากลม หรือไม้กรอบรูปก็ได้ เจาะทำห่วงแขวน
6. การลอกแผนที่จากแผนที่สำเร็จรูปนั้น อาจใช้เครื่องฉายภาพทึบแสง โดยติดกระดาษที่ต้องการลอก แผนที่นั้นบนฝาผนัง และนำแผนที่ต้นแบบใส่ลงในเครื่อง ฉายไปยังกระดาษบนฝาผนัง
7. ในการจัดทำแผนที่ขึ้นเองโดยไม่มีแผนที่ต้นแบบ อาจทำได้ยาก เพราะการสำรวจ
พื้นที่เป็นเรื่องใหญ่ที่จำเป็นต้องใช้เครื่องหมายและกำลังคนจำนวนมาก




<ม่วง>ชนิดของแผนที่ แผนที่แบ่งออกเป็น 3 แบบใหญ่ๆคือ
1. แผนที่กายภาพ(Physical relief or terrain maps) เป็นแผนที่ที่แสดง
ลักษณะพื้นผิวของโลก เช่น ลักษณะภูมิประเทศ อากาศและเส้นการเดินทาง เป็นต้น
2. แผนที่การเมือง (Political map ) เป็นแผนที่แสดงอาณาเขต เช่น รัฐ
ประเทศ ที่ตั้งเมือง ทางรถยนต์ ทางรถไฟ เป็นต้น
3. แผนที่เฉพาะเรื่อง เป็นแผนที่ที่มีลักษณะต่างๆ กันออกไป เพื่อใช้ในจุด
มุ่งหมายเฉพาะเรื่อง เช่น แผนที่แสดงการกระจายของประชากร แผนที่แสดงแหล่ง
ทรัพยากร เป็นต้น
นอกจากแผนที่ดังกล่าวแล้ว ยังมีแผนที่แบบอื่นๆ ที่ออกแบบเพื่อใช้ใน
วัตถุประสงค์เฉพาะ ได้แก่ แผนที่ตั้งโต๊ะ (Dest maps) แผนที่ติดฝาผนัง (Wall maps)
หนังสือแผนที่ และแผนที่โครงสร้าง เป็นต้น
ผู้เรียนสามารถศึกษาหาความรู้จากแผนที่ได้มากมาย เช่น ลักษณะทางพื้นผิวโลก ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ สังคมวิทยา การเมือง และเศรษฐกิจ เพราะแผนที่มีการแสดงลักษณะของเนื้อหาหลายชนิดด้วยกัน อาทิเช่น แสดงแหล่งทรัพยากร
ธรรมชาติ แสดงเส้นทางคมนาคม แสดงเส้นกั้นอาณาเขต แสดงภูมิอากาศ และ
ภูมิประเทศ แสดงความสูงต่ำของพื้นที่ (Relief Maps) แสดงผลผลิต แสดงความ
หนาแน่นของพลเมือง แผนที่ประวัติศาสตร์และแผนที่โครงร่าง ซึ่งเป็นแผนที่ที่ไม่มี
คำอธิบาย แสดงแต่มาตราส่วน และเส้นกั้นอาณาเขตที่สำคัญๆ เท่านั้น
ครูและนักเรียนอาจเขียนรายระเอียดของแผนที่ลงบนแผนที่โครงร่างเพื่อให้ตรงตาม
ความต้องการและตามจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอนได้หลายวิชา
ทักษะที่ควรรู้จากแผนที่
แผนที่และลูกโลก ถือว่าเป็นภาษาสากล เพราะว่าทุกคนสามารถ
เข้าใจได้ แม้ว่าบางคนจะอ่านภาษาเขียนบนแผนที่และลูกโลกไม่ออกก็ตาม
แต่เขาสามารถอ่านเข้าใจรายระเอียดของสัญลักษณ์ ดังนั้น แผนที่และลูกโลกที่ดี
ควรบอกให้ผู้อ่านอย่างน้อย 8ประการคือ
1. บอกทิศทางให้ทราบว่า ทิศทางที่ปรากฏจริงๆ บนพื้นโลกเป็นอย่างไร ทิศต่างๆ
อยู่ทางไหน
2. บอกมาตราส่วนเพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบว่า ระยะทางที่เป็นจริงบนพื้นโลก การใช้
มาตราส่วนในแผนที่ อาจจะใช้มาตราส่วนหยาบๆ เช่น 10 ก้าว ต่อ 1 ซม. หรือ
10 เสาไฟฟ้าต่อ 1 นิ้ว จนถึงที่บอกได้แน่นอน เช่น 5000 ไมล์ ต่อ 1 ซม. เป็นต้น
3. บอกความหมายของสัญลักษณ์ที่ใช้ เช่น ต้นไม้ บ้าน โรงเรียน หรือความสูง
ของพื้นที่
4. ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
5. ข้อมูลทางสังคมวิทยาและวัฒนธรรม
6. ข้อมูลทางการเมือง
7. ข้อมูลทางเศรษฐกิจ
8. เส้นทางคมนาคม

การฝึกทักษะและความสามารถในการอ่านแผนที่นั้น ควรพิจารณา
ความสามารถและความพร้อมของเด็ก ดังนี้
1. ระดับชั้นประถมต้น ฝึกให้เด็กเรียนเรื่องง่ายๆ เข้าใจเกี่ยวกับทิสทางทั้งสี่ โดยฝึก
ให้สังเกตตะวันเป็นหลัก ฝึกหาตำแหน่งบนแผนที่ จากแผนที่ในกะบะทราย
ให้รู้จักแผนที่แบบโครงร่าง รู้จักเปรียบเทียบระยะทางจากบ้านไปโรงเรียน รวมทั้ง
สถานที่สำคัญในชุมชน
2. ระดับประถมปราย ให้เข้าใจเรื่องทิศทั้ง 8 เรียนรู้ความหมายของสัญลักษณ์ที่ใช้
ในแผนที่ทั่วๆไป ในเรื่องทิศ, ระยะทาง, มาตราส่วน, และสัญลักษณ์ต่างๆ เรียนรู้
เกี่ยวกับเส้นรุ้ง เส้นแวง ขั้วโลก และสามารถหาข้อมูลง่ายๆ จากแผนที่ได้
ครูควรฝึกให้นักเรียนหัดทำแผนผังของชุมชน
3. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ควรฝึกให้นักเรียนมีทักษะและความสามารถในการอ่านแผนที่ให้ละเอียดขึ้นกว่าระดับชั้นประถม ให้เข้าใจความสำคัญของข้อมูล
บนแผนที่ และสามารถเข้าใจลักษณะการใช้งานของแผนที่แต่ละแบบดีพอ
4. ระดับมัธยมตอนปรายและอุดมศึกษา ฝึกให้มีทักษะในการอ่าน และใช้แผนที่ให้
ถูกต้องและแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ฝึกให้สามารถวิเคราะห์แผนที่และลูกโลก
ได้อย่างถูกต้อง และสามารถเข้าใจลักษณะข้อดีข้อเสียของแผนที่แต่ละแบบ รวมทั้ง
เข้าใจถึงจุดมุ่งหมายของแผนที่แต่ละแบบด้วย
การใช้แผนที่ในการเรียนการสอน
1. เลือกแผนที่ให้ตรงกับเนื้อหาและจุดมุ่งหมายในการสอนแต่ละระดับชั้น
2. ถ้าไม่สามารถหาแผนที่ที่ให้รายระเอียดตามเนื้อหาที่กำหนดไว้ได้ ครูควรใช้แผนที่โครงร่าง เพื่อเขียนหรือแสดงรายระเอียดของแผนที่ได้ตามต้องการ
3. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนแผนที่ เช่น ให้หาตำแหน่งต่างๆ
บนแผนที่ อานหรือถอดข้มูลจากแผนที่ เป็นต้น
4. ใช้วัสดุอื่นๆ ประกอบ เช่น ลูกโลก รูปภาพ แผนภูมิ และภาพยนตร์ เป็นต้น
เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจดียิ่งขึ้น
5. มีความชัดเจน
6. มาตราส่วนถูกต้องและทำได้ชัดเจน ง่ายแก่การเข้าใจ
7. สัญลักษณ์ถูกต้องตามความเป็นจริง และไม่ยุ่งยากซับซ้อนจนเกินไป
8. สีที่ใช้เด่นชัด สะดุดตา และถูกต้อง ในการแทนสัญลักษณ์ต่างๆ
9. มีความถูกต้องแน่นอน
10. เหมาะกับระดับของผู้เรียน
11. มีความแข็งแรงทนทาน

ที่มา - รองศาสตราจารย์ ดร. นิพนธ์ ศุขปรีดี โสตทัศนศึกษา โรงพิมพ์ไทยสัมพันธ์,2528.