บันทึกการเรียนรู้จากการศึกษาดูงาน

โดย ปาริชาติ อินทร์ต๊ะสืบ  - 21 มิ.ย. 2547


บันทึกการเรียนรู้
การศึกษาค้นคว้าอิสระด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน
ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๔๖
ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน รุ่น ๑ สถาบันราชภัฏลำปาง




      ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ ปัญหา และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้านหลักสูตรการเรียนการสอน และนำมาจัดทำโครงการพิเศษหรือรายงานภายใต้คำปรึกษาแนะนำของอาจารย์

      กำหนดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรายวิชาการศึกษาค้นคว้าอิสระด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน ตลอดภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๔๗ ผู้ให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คือ ผศ.ดร.ดวงจันทร์ เดี่ยววิไล ข้าพเจ้าจะขอกล่าวและเล่าถึงประเด็นในการศึกษาดูงานที่คาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์แก่ทุก ๆ ท่านที่สนใจ ที่ข้าพเจ้าได้เจอะเจอประสบการณ์อันล้ำค่า
      ทั้งนี้ ท่านอาจารย์ยังได้กำหนดหัวข้อให้เหล่าบรรดาคณะศึกษาดูงานไว้อย่างดีเยี่ยมจนประทับใจมิรู้ลืม ดังหัวข้อในแต่ละโรงเรียนก่อนที่จะเริ่มโรงที่ ๑ ก็คือ
            ๑.สภาพทั่วไปของโรงเรียน
            ๒.ความคิดเห็น
            ๓.คำถาม
            ๔.บันทึกภาคสนาม มีหัวข้อ คือ สิ่งที่พบเห็น สิ่งที่เรียนรู้ และ ข้อสังเกต
            ๕.บทสรุปและการสะท้อนความรู้สึก ความคิดเห็น (Reflection)





โรงเรียน และ ชุมชนบ้านสามขา
อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
วันอาทิตย์ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๔๗



วิทยากร
      ผู้ใหญ่บ้านจำนงค์ จันทร์จอม
      ครูศรีนวล ที่รักของเด็กนักเรียนบ้านสามขา

      สาระที่ได้รับ
      บ้านสามขา ตั้งอยู่ที่หมู่ ๖ ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง มีประชากรทั้งหมด ๑๕๔ หลังคาเรือน รวมประชากรทั้งหมด ๖๘๒ คน แบ่งเป็นชาย ๓๒๙ คน หญิง ๓๕๓ คน ซึ่งประชากรมีการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จนถึงระดับปริญญาโท
โรงเรียนชุมชนบ้านสามขา มีครู ๕ คน นักเรียน ๔๙ คน แบ่งเป็นนักเรียนชาย ๓๐ คน นักเรียนหญิง ๑๙ คน มีการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศอย่างเป็นระบบเพื่อการพัฒนา โดยได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์จากองค์กรภายนอก เช่น องค์กร NECTEC ซึ่งได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบการสื่อสารของชุมชน ระบบการกระจายเสียง กระจายข่าว ภายในหมู่บ้าน โดยการใช้คลื่นวิทยุ ๑๐๘ MHz ให้นักเรียนเป็นผู้จัดรายการ รวมไปถึงการเผยแพร่ข่าวสารจาก Internet และรายการนายกฯ พบประชาชน มีธนาคารชุมชน บริการรับฝากเงิน และเป็นแหล่งเงินทุนให้สมาชิกกู้ยืมเงิน โดยใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ ๔ – ๕ ต่อปี ซึ่งเป็นความร่วมมือ และสนับสนุนระหว่างชุมชน ธนาคารกรุงไทยและองค์กรที่เป็นพันธมิตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสังคม เสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ

องค์กรที่เป็นพันธมิตรชุมชนบ้านสามขาได้แก่
      - มูลนิธิศึกษาพัฒน์ มีประธานมูลนิธิ คือ ดร.พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ซึ่งช่วยเหลือในด้านการส่งเสริม และช่วยให้เกิดปัญญา ให้การความช่วยเหลือในการประสานงานกับองค์กรที่เป็นพันธมิตรเพื่อการเรียนรู้ร่วมกันทุกฝ่าย ให้การสนับสนุนเครื่องมือเพื่อพัฒนาสติปัญญา
      - บมจ. ธนาคารกรุงไทย จำกัด โดยคุณวิโรจน์ นวลแข กรรมการผู้จัดการ ให้ความรู้ด้านการบริหารองค์กรทางการเงิน ช่วยเหลือในด้านเครื่องมือ เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมาย ช่วยสร้างความแข็งแกร่งแก่ชุมชน
การดำเนินงานในรูปแบบของคณะกรรมการในงานต่าง ๆ มีกลยุทธ์การดำเนินการ คือ
      - เน้นที่การมีส่วนร่วมโดยจัดเป็นเวทีประชาคมอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการแก้ปัญหา
      - แกนนำ หรือผู้นำของชุมชนมีความเสียสละ มีจิตสำนึกสาธารณะ ในการเป็นผู้ให้
      - เน้นบุคคลที่เป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะบรรพบุรุษของชุมชน
      -มีระบบการสื่อสารที่ดี ทำความเข้าใจในทุกระดับ ทุกเรื่อง
      -ระดมความคิดจากผู้รู้ในหมู่บ้าน ชุมชน
      -มีระบบการตรวจสอบที่ดี มีความโปร่งใสในการบริหารงาน โดยคณะกรรมการกลางคอยตรวจสอบการบริหารงาน มีการดำเนินงานที่เป็นระบบ มีขั้นตอน
      -ประชุมชี้แจ้งให้สมาชิก รับทราบ และเข้าใจ
      -หาทีมงานเพื่อเป็นแกนนำของชุมชน
      -สำรวจหนี้สินทั้งหมดในหมู่บ้าน มีจำนวนเท่าไร
      -วิเคราะห์ปัญหา และหาสาเหตุของปัญหา
      -ออกแบบทำบัญชี รายรับ – รายจ่าย ของครัวเรือน
      -สรุปภาพรวมของกลุ่ม ของชุมชน ทุก ๆ สิ้นเดือน
      -สรุปภาพรวมของชุมชน และประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกรับทราบ
      -ทบทวน หาสาเหตุที่แท้จริง



สาระที่เรียนรู้
      -๑.จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ มาจากการเรียนรู้ร่วมกัน พี่สอนเพื่อน เพื่อนสอนน้อง ลูกสอนพ่อแม่ พระและผู้อาวุโสสอนชาวบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดโอกาสให้เยาวชนในชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการร่วมกับชุมชน
      -๒.ช่วยให้เกิดความเข้าใจ และเห็นกระบวนที่ชัดเจน ของคำว่า “องค์กรแห่งการเรียนรู้” “การจัดการแบบมีส่วนร่วม” ว่าไม่ได้เป็นเพียงแค่ความคิด หรือทฤษฎี ตลอดจนวิธีการแก้ปัญหา คือ การสร้างความตระหนักให้เกิดในบุคคล จนเกิดความศรัทธา และความอยากที่จะแก้ปัญหา ที่สำคัญที่สุด คือ การยอมรับ และการเปิดโอกาส
      -๓.ผู้นำจะต้องสร้างศรัทธาให้เกิด ปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่าง รวมถึงการสรรหาคนมาทำงานไม่ควรจะเลือกในการประชุมหรือที่ประชาคม
ความคิดเห็น
      เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง และแก้ปัญหาได้ด้วยชุมชนมีส่วนร่วม และต้องนำไปเผยแพร่เพื่อการปฏิบัติ การพัฒนาต่อไป

คำถาม
๑.หลักการสำคัญของการดำเนินการที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของชุมชนบ้านสามขามีอะไรบ้าง

      ๑.วิธีการแก้ไขปัญหาแบบชุมชนมีส่วนร่วม
      ๒.รู้จักวิถีชีวิตของตนเอง
      ๓.บริหารงานแบบร่วมมือ
      ๔.เปิดใจและเปิดโอกาส
๒.ขอให้นักศึกษาเสนอความเห็นจากประสบการณ์ว่ากิจกรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ต่อชุมชนมีอะไรบ้าง
      ๑.วิธีการแก้ไขปัญหาแบบชุมชนมีส่วนร่วม
      ๒.รู้จักวิถีชีวิตของตนเอง
      ๓.กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน
      ๔.เปิดใจและเปิดโอกาส
      ๕.ศรัทธาจากผู้นำชุมชน
      (ในโลกนี้การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด ตราบใดที่ยังมีการทำงาน ยังต้องใช้ชีวิตเพื่อเป็นอยู่)
๓.นักศึกษาได้ซักถามอะไรกับวิทยากรหรือไม่เพราะเหตุใด
      ได้ซักถามในประเด็นการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ที่เด็กนักเรียนมีส่วนร่วมกับชุมชน โรงเรียน และครอบครัว และได้ซักถามความเป็นมาขององค์กรภายนอกที่เข้ามามีส่วนช่วยเหลือและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความยากจนของชุมชนบ้านสามขา

บันทึกการศึกษาภาคสนาม / สนาม
      สิ่งที่พบเห็น      มีวัด ,สถานีอนามัย ,ศูนย์ ศส.มช. ,ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ,ห้องสมุดชุมชน ,มี Long Stay หรือศูนย์การเรียนรู้คู่ชุมชนที่สำคัญมีศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ แหล่งน้ำอาศัยอ่างเก็บน้ำโดยใช้ระบบประปาภูเขา นำมาใช้ในการเกษตร มาใช้ในการอุปโภคบริโภค

สิ่งที่เรียนรู้
      ๑.ศรัทธาจากผู้นำชุมชน กลวิธีการให้ความร่วมมือของชุมชน ประทับใจมาก ได้เทคนิควิธีการครองใจคนมากทีเดียงว
      ๒.การนำทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็น ทฤษฎี Constructionism (การสร้างสรรค์ด้วยปัญญา) ,ทฤษฎี Learning Organization (องค์กรแห่งการเรียนรู้) ,การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม ,คำว่า “กัลยาณมิตร” และ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยี (IT)ในการเรียนรู้

บทสรุปและการสะท้อนความรู้สึก ความคิดเห็น (Reflection)
      ๑.“ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน” เป็นคำพูดของผู้ใหญ่บ้าน
      ๒.ข้อควรระวัง ว่าอนาคตการเปิดรับการศึกษาดูงาน การช่วยเหลือจากองค์กรต่างๆ หรือการเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นสถานที่ให้ความรู้แก่บุคคล จะส่งผลให้ชุมชนอาจถูกกลืนกิน กลับเข้าไปสู่สังคมปัจจุบันที่เป็นอยู่ หรือปัญหาแบบเดิม อันเนื่องมาจากวัฒนธรรมที่แปลกปนเข้าไป หรือความจำเป็นในขั้นพื้นฐาน เช่น สภาวะเศรษฐกิจ ข่าวสารข้อมูล สื่อโฆษณา เป็นต้น


โรงเรียนดรุณสิกขาลัย
กรุงเทพมหานคร
วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๗


School for Innovative Learning



ผู้ร่วมเสวนา / อภิปราย      ดร.พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา
                        ครูตุ๊กตา ,ครูพิจิตรา



สาระสำคัญ / สาระที่ประทับใจ

      โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๔๕ เป็นโรงเรียนที่มีลักษณะการเรียนการสอนแบบ E-School จากความร่วมมือของมูลนิธิไทยคม มูลนิธิศึกษาพัฒน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ The Media Lab of Massachusetts Institute of Technology (MIT) ของสหรัฐฯ
      โรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอนแบบ No Class ,No Room ลักษณะตามทฤษฎีการเรียนรู้ Constructionism ผู้เรียนสามารถจะเรียนรู้ด้วยกันในเรื่องที่สนใจเหมือนกัน หรือเลือกที่จะศึกษาด้วยตนเองในสิ่งที่อยากจะรู้ ที่เรียกว่า ยึดเอาความสนใจเป็นตัวตั้ง ลักษณะของการเรียนจะเน้นการเรียนรู้ด้วยโครงงาน Project Based Learning มุ่งเน้นให้ผู้เรียนพัฒนากระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
ครูเปลี่ยนบทบาทจากครูผู้สอนมาเป็น Facilitator เป็นผู้ให้คำแนะนำ อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ของเด็ก มีการบูรณาการทักษะ ๕ ด้าน คือ
      ๑.IQ (Intelligence Quotient) พัฒนาให้ผู้เรียนมีความเฉลียวฉลาดเพิ่มขึ้น และใฝ่หาความรู้อย่างต่อเนื่อง
      ๒.EQ (Emotional Quotient) พัฒนาให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง และมีความมั่นคงทางอารมณ์
      ๓.AQ (Adversity Quotient) พัฒนาทักษะในการแก้ปัญหาที่ไม่เคยพบมาก่อน และการเผชิญสถานการณ์ที่หลากหลายเพื่อให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และทำงานภายใต้สภาวะความกดดันได้ดี
      ๔.TQ (Technology Quotient) พัฒนาความสามารถด้านเทคโนโลยี และรู้จักเลือกใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการ
      ๕.MQ (Morality Quotient) ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ให้ผู้เรียนมีจิตใจงดงาม รู้จักขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดี และอยู่ในสังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข

      โรงเรียนดรุณสิกขาลัย นำหลัก LLL (Life Long Learning) ในการสร้างเด็กไทยให้มีคุณลักษณะ มีความสามารถในการเรียนรู้ มีความคล่องแคล่วในการใช้ภาษา มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี และมีความเป็นสากล ซึ่งเป็นลักษณะของ Global citizen (พลเมืองประชากรโลก) คือ การสร้างเด็กไทยสู่ความเป็นสากลมีความรู้ ความสามารถที่จะดำรงตนในสังคมโลกปัจจุบัน เพราะโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เป็นโลกเทคโนโลยี วิธีการเรียนเดิม เราถูกสอนให้คิดได้แต่อย่าเถียง หรือรู้มากไปกว่าครู ทั้งที่วิธีการ กระบวนการรับรู้ การเรียนรู้ เปลี่ยนแปลงไปโดยเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมาก แต่ครูส่วนมากยังยึดติด มีความเชื่อในเรื่องเดิม ๆ แบบเดิม ๆ จนไม่เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้



      โรงเรียนพยายามให้เด็กมีลักษณะ มีวินัย ใจอุทิศ คิดสร้างสิ่งใหม่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มุ่งสู่คุณธรรม โดยโรงเรียนมีความฝันที่จะให้เด็กคิดนอกกรอบ แต่ยังมีความเป็นไทย สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง และมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีการปลูกฝังศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และความเป็นไทยตั้งแต่เล็ก พื้นฐานการเรียนรู้ของคนคือการเรียนรู้ตัวเอง ต้องลดอัตตาให้ต่ำ ที่สำคัญการเรียนรู้ของเด็กไม่ได้เกิดจากการยัดเหยียดให้แก่เด็กในรูปของการสอน แต่เกิดจากความอยากของเด็กในเรื่องที่จะเรียนรู้ และต้องอาศัยเวลาในการซึมซับทักษะในด้านต่าง ๆ เข้าไป
      กิจกรรมหนึ่งที่โรงเรียนส่งเสริมให้แก่ครู และนักเรียน คือ การไปทำวิปัสสนา เพื่อสร้างสติ สมาธิให้แก่ครูและนักเรียน ในการลดอัตตา เพิ่มสติ สมาธิในการเรียนรู้ และโรงเรียน หรือบุคลากรมีความเชื่อว่าครูสามารถเรียนรู้คู่ไปกับผู้เรียนได้

ในการเสวนานี้นักศึกษาได้ให้อะไรและยืนยันเรื่องอะไร
      ๑.ให้ความเชื่อมั่นและความชัดเจนในการจัดการเรียนการสอนตามแนวคิดทฤษฎี Constructionism
      ๒.ยืนยันความเป็นไปได้ในการจัดการเรียนการสอน

อะไรบ้างที่คิดว่าควรนำกลับไปหรือเอาไปคิดต่อ
      ๑.การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ
      ๒.การพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้เป็น สังคมแห่งการเรียนรู้
      ๓.ใช้แนวคิดทฤษฎี Constructionism
      ๔.วิธีสอนที่ให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างชิ้นงาน
      ๕.นำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ให้แก่นักศึกษาที่สอน และบุคคลรอบข้าง

บันทึกการศึกษาภาคสนาม / การสังเกต
สิ่งที่พบเห็น

      ๑.การแต่งตัวของเด็กนักเรียน ไม่อยู่ในแบบฟอร์มของโรงเรียนทั่วไป
      ๒.ใช้คอมพิวเตอร์ในระดับสูงในการจัดการเรียนสอน ในอัตรา คอมพิวเตอร์ ๑ ตัวต่อเด็ก นักเรียน
      ๓.สภาพห้องเรียนไม่มีผนังกั้น
      ๔.เด็กระดับประถมศึกษาอ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้คล่อง
      ๕.ทฤษฎีการเรียนรู้ถูกนำมาใช้จริงในสถานศึกษา ความสามารถของเด็กที่เกิดจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง ความสามารถในการสื่อสารกับชาวต่างชาติ ความเชื่อมั่นในการนำเสนอผลงาน การเรียนของตน (น่าทึ่งมาก)

สิ่งที่เรียนรู้
      ๑.รายวิชาเนื้อหาในหลักสูตรเป็นไปตามความต้องการของผู้เรียน
      ๒.การจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของเด็ก ไม่สามารถเรียกได้ว่า ห้องเรียนได้ เพราะจัดการเรียนรู้ตามความสนใจของเด็ก

ข้อสังเกต
      ๑.ค่าใช้จ่ายต่อหัวสำหรับผู้ปกครองหนึ่งรายเท่ากับ ๑๘๐,๐๐๐ บาทต่อปีการศึกษา เมื่อเทียบกับอุปกรณ์ สื่อ และครูที่มีความสามารถทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ อยู่ในอัตราที่เหมาะสม
      ๒.เป็นโรงเรียนที่ก่อตั้งขึ้นเพียง ๒ ปีเท่านั้น แต่ระบบ โครงสร้างของโรงเรียนมีมาตรฐานและคุณภาพที่ดีมาก
      ๓.ครูรุ่นใหม่

บทสรุปและการสะท้อนความรู้สึก ความคิดเห็น
      ๑.เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่สามารถสร้างมนุษย์เผ่าพันธุ์ใหม่ ในโลกยุคโลกาภิวัฒน์
      ๒.ในภาวะสังคมไทยและสังคมโลกปัจจุบัน เมื่อเทียบกับมนุษย์ยุคเผ่าพันธุ์ใหม่ที่โรงเรียนนี้ได้หล่อหลอมและสร้างขึ้น เด็กจะอยู่ร่วมกับสังคมไทยและสังคมโลกปัจจุบันได้อย่างกลมกลืนหรือไม่
      ๓.การจัดการศึกษาไม่ได้เป็นเรื่องเฉพาะผู้สอน โรงเรียน แต่เป็นเรื่องของสังคมทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ปกครอง ผู้บริหาร สภาพแวดล้อมโดยรอบของเด็ก ทุกฝ่ายต้องร่วมมือ ร่วมใจกันเพื่อที่จะพัฒนา แก้ปัญหาของสังคมที่ตนอาศัยอยู่ให้ได้


โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
กรุงเทพมหานคร
วันศุกร์ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๔๗



ผู้ร่วมบรรยาย / เสวนา / อภิปราย      อาจารย์นภาเดช บุญเชิดชู พร้อมคณะ



สาระสำคัญ / สาระที่ประทับใจ

      การสร้างหลักสูตรบูรณาการเพื่อสร้างดุลยภาพทางปัญญา ,โครงการพลเมือง – พลโลก ,โครงการค่ายวิชาการวิชิรมงกุฎ วชิราวุธวิทยาลัย (ตัวอย่าง) ,การสอนโครงงาน Project Based Learning และกฎว่าด้วยการสอนวิชา โดย พระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ เหตุ ปัจจัยอันนำมาสู่การก่อตั้งโรงเรียน เป็นพระมหากรุณาธิคุณขององค์ผู้สถาปนาโรงเรียน ที่มีต่อเยาวชน รวมถึงทำให้ตระหนักว่า องค์พระประมุขของประเทศเรา เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง ทุกพระองค์ ทรงมีพระปรีชาสามารถในการนำเอาหลักพุทธศาสนามาใช้ในการจัดการศึกษา ซึ่งทรงคิด และนำมาใช้ก่อนที่จะมีนักการศึกษาของประเทศไทยนำทฤษฎีการเรียนรู้ในแบบต่าง ๆ มาใช้

ในการเสวนานี้นักศึกษาได้ให้อะไร และยืนยันเรื่องอะไร
      ๑.ให้ความเชื่อมั่นและความชัดเจนในการจัดการเรียนการสอนตามแนวคิดทฤษฎี Constructionism
      ๒.ยืนยันความเป็นไปได้ในการจัดการเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีดังกล่าว

อะไรบ้างที่คิดว่าควรนำกลับไป หรือเอาไปคิดต่อ
      ๑.การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ
      ๒.การจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน
      ๓.ใช้แนวคิดทฤษฎี Constructionism และแนวคิด เพลิน, สตุก
      ๔.วิธีสอนที่ให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างชิ้นงาน
      ๕.ทฤษฎี Multiple Intelligence



บันทึกการศึกษาภาคสนาม / การสังเกต
สิ่งที่พบเห็น

      ๑.เป็นโรงเรียนประจำ
      ๒.เป็นโรงเรียนชายล้วน
      ๓.รับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ จนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
      ๔.สวดมนต์ทุกเช้า เวลา ๐๙.๐๐ น. มีตัวแทนนักศึกษาอ่านบทสวดมนต์ และพูดเกี่ยวกับหลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในชีวิตประจำวัน
      ๕.เนื่องจากเป็นโรงเรียนมหาดเล็ก ในพระราชวังของรัชกาลที่ ๖ จึงมีความขลังและความเป็นกฎระเบียบ สภาพแวดล้อมจึงอำนวยต่อการเรียนรู้อย่างเป็นระบบและระเบียบ

สิ่งที่เรียนรู้
      ๑.การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ
      ๒.การจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน
      ๓.ใช้แนวคิดทฤษฎี Constructionism และแนวคิด เพลิน, สตุก
      ๔.วิธีสอนที่ให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างชิ้นงาน
      ๕.ทฤษฎี Multiple Intelligence

ข้อสังเกต
      ๑.ค่าใช้จ่ายต่อหัวสำหรับผู้ปกครองหนึ่งรายเท่ากับ ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปีการศึกษา เมื่อเทียบกับอุปกรณ์ สื่อ และครูที่มีความสามารถทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ และเป็นโรงเรียนประจำ ถือว่าอยู่ในอัตราที่เหมาะสม

บทสรุป และการสะท้อนความรู้สึก ความคิดเห็น (Reflection)
      โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย เป็นแบบอย่างของการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นวิชาการแบบบูรณาการ ระหว่างความรู้และทักษะชีวิต เป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบหนึ่งที่ผู้เข้ามาศึกษาจะนำไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียนตัวเองได้เป็นอย่างดียิ่ง

คำถามชวนคิด
๑.ปรัชญา วิสัยทัศน์ แนวคิด หลักการ การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนที่ศึกษาแตกต่างจากโรงเรียนอื่นอย่างไร

      เป็นการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิดทฤษฎี Constructionism อย่างเต็มรูปแบบมี คุณภาพและมีความชัดเจนในการจัดการเรียนการสอนตามความต้องการของผู้เรียน
      โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย เป็นพระมหากรุณาธิคุณขององค์ผู้สถาปนาโรงเรียน ที่มีต่อเยาวชน รวมถึงทำให้ตระหนักว่า องค์พระประมุขของประเทศเรา เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง ทุกพระองค์ ทรงมีพระปรีชาสามารถในการนำเอาหลักพุทธศาสนามาใช้ในการจัดการศึกษา ซึ่งทรงคิด และนำมาใช้ก่อนที่จะมีนักการศึกษาของประเทศไทยนำทฤษฎีการเรียนรู้ในแบบต่าง ๆ มาใช้

๒.หลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนทั้งสอง(โรงเรียนดุรณสิกขาลัย กับโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย) มีลักษณะเด่นและการจัดอย่างไร
      หลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนดรุณสิกขาลัย มีลักษณะของการบูรณาการองค์ความรู้ รวบรวมเนื้อหาสาระที่มีอยู่ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้เข้าไว้ด้วยกัน โดยไม่มีข้อจำกัดของ “รายวิชา” จึงเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ที่สามารถเกิดร่วมกันได้ทุกเรื่อง
      โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยมีหลักสูตรสถานศึกษาตามโครงสร้างพระราชบัญญัติการศึกษา ซึ่งจัดแบ่งเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ แต่โรงเรียนยังมีการบูรณาการความรู้ในบางเรื่องที่มีความสัมพันธ์ ใกล้เคียงกันเข้าด้วยกันตามจุดประสงค์ และความต้องการของโรงเรียนอยู่ โดยเน้นการเรียนการสอนในลักษณะการทำโครงงาน
ข้อสังเกตของหลักสูตรสถานศึกษาทั้ง ๒ โรงเรียน มีการจัดโครงสร้างที่ไม่ยึดติดกับหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ แต่เป็นหลักสูตรสถานศึกษาที่เกิดขึ้นจากความต้องการ ปรัชญาวิสัยทัศน์ของโรงเรียนโดยอาศัยศักยภาพ ความพร้อม สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียน

๓.นักศึกษาเห็นภาพและเข้าใจคำหรือวลีต่อไปนี้อย่างไร :Constructionism ,โรงเรียนที่ไม่ใช่โรงสอน, สร้างคนพันธุ์ใหม่ที่ดรุณสิกขาลัย ,องค์กรแห่งการเรียนรู้ ,โรงเรียนแห่งนวัตกรรมการเรียนรู้ ,เพลินเพื่อรู้
      ทั้งหมดข้าพเจ้าเห็นภาพและเข้าใจในคำดังกล่าวอย่างถ่องแท้ เมื่อได้เข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาดูงานในครั้งนี้ และข้าพเจ้าอยากจะเป็นบุคคลในคำกล่าวข้างต้น ถึงแม้จะไม่ได้เป็นไปอย่างชัดเจนในลักษณะเอกลักษณ์ความเป็นครู แต่อย่างน้อย องค์กรแห่งการเรียนรู้สามารถเป็นได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกสถานภาพ ข้าพเจ้าเชื่อว่า ข้าพเจ้าทำได้ และทำได้ดีทีเดียว ไม่น้อยไปกว่า คนพันธุ์ใหม่ ณ ดรุณสิกขาลัย

๔.สิ่งที่สะดุดใจและกระทบใจอย่างลึกซึ้งในการมาดูงานโรงเรียนครั้งนี้
      ทุกครั้ง ทุกเวลาที่ข้าพเจ้าเข้าร่วมศึกษาดูงาน ข้าพเจ้ามักจะมองย้อนและพยายามเชื่อมโยงไปถึงหน่วยงานของข้าพเจ้าอยู่เสมอ ข้าพเจ้าอยากให้หน่วยงานของข้าพเจ้าเป็นเช่นนี้จริง ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ทั้งหมด ข้าพเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในหน่วยงาน และจะประยุกต์ใช้และเข้าไปมีส่วนร่วมในการเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ของหน่วยงานข้าพเจ้า

๕.คำถามที่นักศึกษาคิดตั้งขึ้นมาเอง และคำตอบที่ได้รับ
      ข้าพเจ้าชื่อ “หนู” คิดว่าตัวเล็กพอสมควร ข้าพเจ้าจะช่วยหน่วยงานของคณะได้มากน้อยเพียงใด ข้าพเจ้าจะช่วยสถาบันการศึกษาอันเป็นที่รักของข้าพเจ้าได้อย่างไร แต่มาถึง ณ เวลานี้ ข้าพเจ้าคิดว่า จากการประสบการณ์และความรู้ที่ได้รับ ข้าพเจ้าใจใหญ่ขึ้นมาบ้างพอสมควร

บันทึกการศึกษาดูงานนอกเหนือจากโรงเรียน (๒๙ – ๓๑ มกราคม ๒๕๔๗)
สาระสำคัญที่ได้รับ

      1.ศึกษาดูงานห้องสมุด E-book มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี
      2.ค้นคว้าเอกสารในห้องสมุดคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
      3.ดูหนังสือที่ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
      4.ศึกษาดูงานที่ ดอนหอยหลอด ทำให้ได้รู้ถึงวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของชุมชน เศรษฐกิจ และที่สำคัญ ไข่ปลาหมึก กับลูกตาวสด ประทังความหิวของคณะศึกษาดูงานได้เป็นอย่างดียิ่ง
      5.ศึกษาดูงานที่ ชายทะเลชะอำ ทำให้ได้รู้ถึงสภาพแวดล้อม บรรยากาศที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการศึกษาดูงาน ที่ลืมไม่ได้คือได้มีโอกาสอยู่กลางทะเลกับเพื่อน ๆ พร้อมบานาน่าโบทแสนจะท้าทาย



ฉันต้องการจดจำอะไร (ถ้าลืมจะเสียดายมาก)
      ข้าพเจ้าจะไม่ลืมแหล่งเรียนรู้ที่ให้ประสบการณ์ด้านการศึกษา ด้านการใช้ทักษะชีวิตทางสังคมและการเรียนรู้ต่าง ๆ ขอบคุณ โรงเรียนแม่เมาะวิทยา โรงเรียนลำปางกัลยาณี โรงเรียนบ้านสามขา โรงเรียนดรุณสิกขาลัย โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ที่ได้สละเวลาอันมีค่าเพื่อผู้เรียน ได้ให้ความรู้แก่คณะศึกษาดูงานจากเมืองเหนือ ขอบคุณ ผศ.ดร.ดวงจันทร์ เดี่ยววิไล ดร.สุชิน เพ็ชรักษ์ ได้นำทีมคณะศึกษาดูงาน อย่างทุ่มเทและบากบั่นเพื่อผู้เรียน ขอบคุณ ดร.วิไลลักษณ์ จั่นวงษ์ ผู้อำนวยการสถานบัณฑิต ที่คอยเป็นธุระและบริหารจัดการให้คณะศึกษาดูงาน ขอบคุณ ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ สำราญใจ คอยถามไถ่ถึงสาระการเรียนรู้ที่ได้รับเพื่อนำมาเชื่อมโยงกับรายวิชาที่ท่านได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เสมอ ๆ ขอบคุณบรรณาธิการกลุ่ม อ.ศราวุธ สายสี ที่ได้ให้ข้อคิด แลกเปลี่ยนรู้ในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดียิ่ง และที่ลืมไม่ได้เลยทีเดียวยิ่งคือ ขอบคุณสถาบันราชภัฏลำปางที่ทำให้ข้าพเจ้าเปิดโลกทัศน์ และได้รับความรู้ที่ข้าพเจ้าไม่เคยได้รับในช่วงชีวิตการเรียนและการทำงานที่ผ่านมาเลย