การเรียนรู้สู่ทักษะชีวิต

โดย นางสุนทรี มาน้อย  - 27 ม.ค. 2550


คำอธิบาย      การที่นักเรียนสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและอยู่รอดปลอดภัยในสังคมปัจจุบัน จำเป็นต้องมีความรู้ในเรื่องกระบวนการคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์ มีทักษะในการสื่อสาร การตัดสินใจ และมีความภาคภูมิใจในตนเอง รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น โดยผ่านประบวนการเรียนรู้ทักษะชีวิต ( Life skill )
การเรียนรู้สู่ทักษะชีวิต
.....อย่าเที่ยวคนเดียว ทางเปลี่ยวอย่าไป ผู้ร้ายมากมาย จ้องจะทำร้ายเรา หากถูกรังแก แหม !จับต้องตัวเรา รีบหนีเร็วเข้า ตัดสินใจทันที มงแซะ มงแซะ แซะมง ตะลุ่มตุ้มมง. ..ฮิ้ว....
เสียงเจื้อยแจ้วของนักเรียนที่ร้องเพลงด้วยจังหวะฟ้อนเงี้ยวอย่างได้จังหวะ ทำให้บรรยากาศของห้องเรียนสนุกสนาน...........บทเพลงที่แฝงด้วยคำสอนที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันตัวเองของเด็กๆนั่นเอง
      โดยปกติเด็กๆจะคิดบ้างไหมว่า การที่พวกเขากำลังวิ่ง กำลังเดิน กำลังเล่น หรือทำกิจกรรมใดๆ มักจะมีอันตรายแฝงเข้ามาอย่างคาดไม่ถึง.... ทั้งจากคนบ้าง สิ่งแวดล้อมบ้างและอื่นๆบ้าง เรา หมายถึง ครู ผู้ปกครอง และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ในการเลี้ยงดูเด็ก มีหน้าที่ที่ต้องดูแลช่วยเหลือและป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเด็กๆของเราใช่ไหมคะ...ตามมาค่ะ เรามีคำตอบ........
      สิ่งที่เด็กต้องเรียนรู้เพื่อการอยู่ในโลกวุ่นๆนี้ได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข เราเรียกว่า การเรียนรู้ทักษะชีวิต
ทักษะชีวิต หรือ Life Skill หมายถึง ความสามารถพื้นฐานอันประกอบด้วยความรู้ เจตคติและทักษะในการจัดการที่เหมาะสมกับตัวเองและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีความปกติสุขอยู่รอดปลอดภัยจากสังคมในปัจจุบัน และเตรียมพร้อมสำหรับการปรับตัวในอนาคต สามารถใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้ทุกวิชา ซึ่งจะส่งผลให้เด็กคิดเป็น ทำเป็นและแก้ปัญหาได้ถ้าเราสร้างเสริมให้เด็กมีทักษะชีวิตแล้วเด็กๆ ของเราจะเก่ง ดี มีสุขตลอดไป ส่วนกระบวนการสอนทักษะชีวิต ประกอบด้วย การสอนความรู้ การสอนเจตคติและการสอนทักษะ
      ด้านความรู้ ได้แก่ การคิดวิเคราะห์วิจารณ์และการคิดสร้างสรรค์
      ด้านเจตคติ ได้แก่ ความตระหนักรู้ในตน ความเห็นใจผู้อื่น ความภูมิใจในตนเอง ความรับผิดชอบต่อสังคม
      ด้านทักษะ ได้แก่ การสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสาร การตัดสินใจและแก้ปัญหา การจัดการกับอารมณ์และความเครียด
      พอเราเห็นองค์ประกอบของการสอนทักษะชีวิตแล้ว เราจะเห็นว่าทักษะชีวิตสามารถสอนได้ทุกวิชา โดยใช้กระบวนการเฉพาะที่เราใช้สอนทักษะชีวิต คือ กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม หรือ Participatory Learning หรือเรียกสั้นๆว่า การสอนแบบ PL ซึ่งอาศัยหลักการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยนักเรียนเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ..... PL. มี 4 องค์ประกอบ คือ
1.ประสบการณ์ (Experience) ครูช่วยให้นักเรียนนำประสบการณ์เดิมของตนออกมาพัฒนาเป็นองค์ความรู้
2.การสะท้อนความคิดและถกเถียง (Reflect and Discussion) ครูช่วยให้นักเรียนมีโอกาสแสดงออกเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้ซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง
3.เข้าใจและเกิดความคิดรวบยอด(Understanding and conceptualization) นักเรียนเกิดความเข้าใจและนำไปสู่การพัฒนาความคิดรวบยอด อาจเกิดโดยนักเรียนเป็นฝ่ายเริ่มและครูเติมเต็มให้สมบูรณ์ หรือครูนำทางและนักเรียนเป็นผู้สานต่อจนความคิดนั้นสมบูรณ์จนเกิดเป็นความคิดรวบยอด
4.การทดลองหรือประยุกต์แนวคิด(Experiment / Application) นักเรียนนำเอาการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นไปประยุกต์ใช้ในลักษณะหรือสถานการณ์ต่างๆจนเกิดเป็นแนวทางปฏิบัติของนักเรียนเอง
ความสัมพันธ์ทั้ง 4 องค์ประกอบสามารถเคลื่อนที่ไปอย่างพลวัตร อาจเริ่มต้นตรงจุดไหนก็ได้ขอเพียงแต่.....ขอเพียงแต่....ได้ครบองค์ประกอบทั้ง 4 ครบทุกขั้นตอนค่ะ
ในด้านความรู้ เราใช้กระบวนการ PL ที่ครบองค์ประกอบ
ส่วนการสอนเจตคติ มีขั้นตอนที่แตกต่างออกไป เช่น ต้องครบองค์ประกอบ PL แล้วแยกอีก 2 ขั้นตอน คือ ขั้นสร้างความรู้สึกและขั้นจัดระบบความคิดความเชื่อ ตัวอย่างของการสอนความภูมิใจในตนเอง เราอาจใช้เพลง เช่น
....เพลงล่องแม่ปิง....คนงามงามต้องงามด้วยความเด่นดี ต้องรักศักดิ์ศรีของกุลสตรีแม่ย่าแม่ยิง......หรือเพลงสาวเครือฟ้า......สาวเหนือจ๋าข้าเจ้าขอเตือนสาวว่า สงวนใจเอาไว้เถิดหนา ใจอ่อนเกินไปจะหมดท่า ดังแม่ปิงไหลบ่กลับมา ดังสาวเครือฟ้าอาดูร.....หรือถ้าจะใช้สื่อสร้างความรู้สึกควรใช้สื่อประเภทกระชากใจ คือ ต้องให้เด็กเห็นแล้วเกิดความรู้สึกดีใจ เสียใจ หรือสลดใจจริงๆจึงจะสามารถสร้างความ
รู้สึกและเปิดเผยตนเองได้จนสามารถจัดระบบความคิดความเชื่อได้
การสอนทักษะ จะต้องครบองค์ประกอบของ PL แล้วยังต้องมีขั้นตอนพิเศษ คือ ขั้นรู้ชัดเห็นจริง เช่น กรณีศึกษา การสาธิต สถานการณ์จำลอง และขั้นลงมือกระทำ เช่น ขั้นฝึกและประเมินการฝึก ตัวอย่างเช่น ทักษะการปฏิเสธ ซึ่งเรา
ใช้สอนการปฏิเสธในสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ เช่น เพื่อนชวนหนีโรงเรียนหรือชวนดื่มเบียร์ เราจะต้องให้มีการสาธิตและนักเรียนได้ฝึกซ้ำโดยการผลัดกันแสดงบทบาทจนชำนาญ และสิ่งที่สำคัญคือควรต้องมีการประเมินการฝึกเพื่อสะท้อนให้นักเรียนเห็นว่านักเรียนสามารถปฏิเสธได้จริงๆโดยไม่ทำลายสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนๆ
      การที่จะให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้สูงสุดนั้น ผู้เรียนต้องมีส่วนร่วมสูงสุด (Maximum Participatory) ในทุกๆองค์ประกอบของ PL และในทุกกิจกรรมต้องเกิดการเรียนรู้สูงสุดหรือการบรรลุงานสูงสุด (Maximum performance) การมีส่วนร่วมสูงสุดเกิดจากการออกแบบกลุ่มที่เหมาะสม ดังนั้นกระบวนการกลุ่มจึงจำเป็นในกระบวนการเรียนรู้แบบนี้หัวใจของการบรรลุงานสูงสุดอยู่ที่การกำหนดงาน 3 อย่าง คือ
1.กำหนดกิจกรรมชัดเจนว่าจะแบ่งกลุ่มอย่างไร ใช้เวลาเท่าไร ทำอะไรต่อ
2.กำหนดบทบาทของกลุ่มหรือสมาชิกชัดเจน
3.มีโครงสร้างของงานชัดเจน เช่น ใบงาน หรือใบชี้แจง
อื้อฮือ ........ อ่านแล้วมึนตึ้บเลยใช่ไหมคะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...เพื่อให้เกิดความเข้าใจสูงสุดขอเชิญอ่านต่ออีกนิดเดียวค่ะ
      กระบวนการสอนทักษะชีวิตไม่ได้มีแต่ PL เท่านั้นนะคะ ยังประกอบด้วย
1.การวิเคราะห์ชุมชุนแบบมีส่วนร่วม หรือ Participatory Rule Appraisal หรือเทคนิค PRAที่คนในชุมชนต้องตระหนักและมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบปัญหาของท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาอุบัติเหตุ ปัญหาความเชื่อและพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมของวัยรุ่น เราสามารถเอามาประยุกต์ใช้ในโรงเรียนได้ เช่น การวิเคราะห์สถานการณ์เสี่ยงยาเสพติด หรือแหล่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจราจรของชุมชน หรือพฤติกรรมเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่คาดคิด เป็นต้น
      2.กิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์ ที่มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพของคนในครอบครัวให้สามารถดูแลและอยู่ร่วมกันโดยไม่ใช้ความรุนแรง การฝึกทักษะที่จำเป็นในการเป็นพ่อแม่ ซึ่งกิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์ประยุกต์จากกิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์ของประเทศเกาหลีที่ผู้ปกครองมาร่วมประชุมกันทุกบ่ายวันศุกร์ ร่วมกันทำกิจกรรมร่วมกับลูกๆ ส่งผลถึงการสร้างกลุ่มเครือข่ายผู้ปกครองในการทำกิจกรรมที่เรียกว่า Self- help Group ในโรงเรียน สิ่งที่ใช้ร่วมกับกิจกรรมนี้คือ จิตวิทยาพัฒนาการค่ะ
3.การสอนโดยใช้โครงงาน (Project Approach) เพื่อให้มีการเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลุ่มลึก มีระบบและเกิดองค์ความรู้ใหม่ได้ โดยการเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมและประสบการณ์ใหม่ที่ได้รับ ทำให้เกิดการต่อยอดความรู้ที่มีอยู่และปรับเปลี่ยนความรู้เดิมที่ยังไม่สมบูรณ์นำไปสู่ความรู้ใหม่ กระบวนการทำโครงงานมีหลากหลายและสิ่งที่บอกถึงทักษะชีวิตในโครงงานคือ กระบวนการคิดและกระบวนการทำงานนั่นเอง
      ปกติห้องเรียนทักษะชีวิตจะสนุก เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวเด็กและมีการสาธิตที่นักเรียนเป็นผู้กำหนดบทบาทเอง.......ลองศึกษาแล้วนำไปใช้สิคะ แล้วจะได้
รู้ว่านักเรียนของเรารู้จักคิดในสิ่งที่เป็นสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นกับใครก็ได้....เช่น ถ้าเป็นบริบทของในเมืองใหญ่แล้วท่านว่านักเรียนจะร้องเพลงอะไร ในท่วงทำนองและความหมายเดียวกัน....อ้อ.. ขึ้นต้นให้ก็ได้........อย่าข้ามสะพานลอยคนเดียว....
ทางเปลี่ยวอย่าไป..........