การพัฒนาหลักสูตร

โดย จิตรากูล ธิวงศ์ษา  - 10 ส.ค. 2544


การวางจุดมุ่งหมาย การดำเนินกาารเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทางการศึกษาของประเทศพัฒนาให้เหมาะสมกับสถานการ

       ในปัจุบันการพัฒนาการศึกษาจึงเป็นหัวใจหลักที่จะเป็นแนวทางในการนำเยาวชนของชาติไปสู่ความเจริญก้าวหน้าของชาติบ้านเมืองของเราให้ทัดเทียมกับประเทศที่เขามีกาารพัฒนาในเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความก้าวหน้าในหลายๆด้าน
       ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองจึงนับได้ว่าเป็นการศึกษาเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาระบบการเมืองของสังคมไทยตลอดจนพัฒนาคุณภาพทางการเมืองของประชาชนอีกด้วยจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลียนแปลงไปอย่างรวดเร็วก่อให้เกิดเป็นปัญหาสำคัญ คือ การศึกษาเปลียนแปลงทันกับความต้องการของสังคมหรือไม่ คุณภาพของการศึกษาโดยเฉพาะในระดับมัธยมศึกษาจึงเป็นปัญหาที่ควรจะได้รับการแก้ไขและพัฒนาให้ดีขึ้น เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนให้ดีขึ้นให้อยู่ในระดับสูงต่อไปดังนั้นจึงทำให้มีการจัดคุณภาพของการศึกษาขึ้นมาใหม่เพื่อให้สอดค้องกับบความต้องการ จึงมีการพัฒนาหลักสูตรของการเรียนเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียนและการนำไปใช้ได้ในชีวิตของผู้เรียนและสามารถนำความรู้ที่ได้รับนั้นไปทำประโยชน์ในด้านต่างๆได้เป็นอย่างดี จึงมีการจัดหลักสูตรเพื่อพัฒนาการ ทางด้านการศึกษาเพราะการพัฒนาหลักสูตรคือการเปลี่ยนแปลงหลักสุตรให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านณ์
เราจะสามารถสรุปหลักการพัฒนาหลักสูตรได้เป็น 2 นัยคือ
       1. การปรับปรุงหลักสูตร หมายถึงการแก้ไขหลักสูตรบางส่วนที่กำลังใช้อยู่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น รวมทั้งการปรับปรุงสร้างสรรค์วัสดุหลักสูตรและวัสดุอื่นๆที่ผู้เรียนต้องใช้ การพัฒนาหลักสูตรในลักษณะนี้ไม่ทำให้แนวคิดพื้นฐานและรูปแบบของหลักสูตรเปลี่ยนไป
       2. การเปลี่ยนแปลงหลักสูตร หมายถึงการสร้างหลักสูตรขึ้นมาใหม่โดยเปลี่ยนจากรูปแบบเก่าทั้งระบบ ทุกองค์ประกอบของหลักสูตร บางครั้งอาจเรียกว่า การยกร่างหลักสูตร การจัดทำหลักสูตรหรือการสร้างหลักสูตร
ความคิดต่างๆที่ก่อให้เกิดการพัฒนาหลักสูตร
แนวความคิดพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตร
,คุณลักษณะของผู้เรียนและเป้าหมายในแต่ละระดับการศึกษา
       ประถมศึกษา : พัฒนาตนแล้วรู้ทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม อ่านออกเขียนได้ คำนวณได้เข้าใจธรรมชาติ บำรุงรักษาสุขภาพอนามัยส่วนตน วิเคราะห์เหตุผลและเสนอแนวทางแก้ปัญหาของตนเองและครอบครัว ไม่เอาเ ปรียบผู้อื่นรักการอ่านและแสวงหาความรู้อยู่เสมอ ทำงานร่วมกับคนอื่นได้รักการทำงานและทำงานเป็น รู้เข้าใจสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่บ้านสามารถปฎิบัติตนตามบทบาทหน้าที่ ในฐานะสมาชิกที่ดีของบ้านตลอดจนอนุลักษ์สิ่งแววดล้อม , ศาสนา , ศิลป , วัฒนธรรม ในชุมชนรอบๆบ้าน
       มัธยมศึกษาตอนต้น : แสวงหาแนวทางที่เหมาะสมกับตนในการทำประโยชน์ให้สังคม มีความรู้และทักษะในวิชา สามัญเข้าใจและติดตามความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการต่างๆ เสริมสร้างสุขภาพอนามัยส่วนตนและชุมชน เสนอแนวทางเลือกหลากหลายในการแก้ปัญหาของชุมชนได้ ช่วยเหลือผู้อื่น ปรับปรุงการปฎิบัติงานอยู่เสมอ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้รักการทำงานและรู้กระบวนการจัดการ เข้าใจสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมในชุมชนและสามารถเสนอแนวทางการพัฒนาชุมชนภูมิใจในการปฎิบัติตนตามบทบาทหน้าที่ในฐานะสมาชิกที่ดีของชุมชน ตลอดจนอนุลักษ์สิ่งแวดล้อม , ศาสนา , ศิลป , วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับชุมชนของตน
       มัธยมศึกษาตอนปลาย : ลงมือทำประโยชน์ให้สังคมตามความสามารถของตน มีความรู้และทักษะในวิชาสามัญเฉพาะด้านและรอบรู้ทันคความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ส่งเสริมการอนามัยชุมชนและการเสริมสร้างสุขภาพ วางแนวปฎิบัติเพื่อแก้ปัญหาของสังคมได้ ช่วยเหลือทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ใช้แนวทางและวิธิการใหม่ๆในการปฎิบัติงานอยู่เสมอ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้รักการทำงานมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต เข้าใจสภาพและการเปลี่ยนแปลงของสังคมในประเทศและโลกมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศและเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาสังคมตามบทบาทหน้าที่ของตนตลอดจนอนุลักษ์และส่งเสริมสิ่งแวดล้อม , ศาสนา , ศิลป , วัฒนธรรมของประเทศ
สาเหตุของการพัฒนาหลักสูตร
หลักการพัฒนาหลักสูตร
       การพัฒนาหลักสูตร จำเป็นต้องมีการดำเนินงานเป็นระเบียบแบบแผนต่อเนื่องกันไป ซึ่งเริ่มจากการวางจุดมมุ่งหมายในการดำเนินงานนี้จะต้องคำนึงจึงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาหลักสูตรว่าจะเริ่มต้นที่ใดก่อนและดำเนินการอย่างไรจึงจะเป็นการพัฒนาหลักสูตรรวมถึงผลงานต่างๆทางด้านหลลักสูตรต่างๆที่ได้สร้างขึ้นมาใหม่อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าหลักสูตรเดิมต้องคำนึงถึงการดำเนินงาน วิธีการต่างๆรวมทั้งหลักการและแนวปฏิบัติเพื่อให้การพัฒนาหลักสูตรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพแล้วจะต้องมีการฝึกอบรมครูประจำการให้เข้าใจในหลักสูตรใหม่ รวมทั้งทักษะในด้านต่างๆและต้องคำนึงถึงประโยชน์ในด้านการพัฒนาจิตใจและทัศนคติของนักเรียนด้วย ต้องได้รับความร่วมมือและการประสานงานอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในทางด้านหลักสูตรทุกๆด้าน และต้องมีผู้นำที่ชำนาญมีความสามารถในหน้าที่การงานเป็นอย่างดี
ส่วนการพัฒนาหลักสูตรระดับต่างๆ
       การเรียนการสอนจะดำเนินไปตามวัตถุประสงค์และมีปรุะสิทธิภาพได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับผู้บริหารและครูผู้สอนจะต้องรู้ถึงหลักการของหลักสูตร และวิธีใช้ด้วย การรู้หลักการจะช่วยให้ครูอ่านหลักสูตได้เข้าใจดียิ่งขึ้น หลักสูตรแบ่งเป็นแบบต่างๆได้ระดับต่างๆกัน คือ
       - หลักสูตรระดับชาติหรือหลักสูตรแม่บท เป็นหลักสูตรแกนที่เขียนไว้กว้างและบรรจุสาระที่จำเป็นต่อทุกคนในประเทศจะต้องเรียนรู้เหมือนกัน และเพื่อสริมสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของชาติไว้หลักสูตรระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายจึงเน้นเป็นวิชาบังคับให้ทุกคนต้องเรียน การพัฒนาหลักสูตรระดับชาติมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่พัฒนาหลักสูตร ดังนี้คือ ศูนย์พัฒนาหลักสูตร กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ศูนย์นี้มีหน้าที่ประสานงานในการปรับปรุงหลักสูตรทั้งระดับประถมและมัธยม ส่วนสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีหน้าที่พัฒนาหลักสูตรวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ระดับมัธยมศึกษา
       - หลักสูตรระดับท้องถิ่น เป็นการนำเอาหลักสูตรระดับชาติมาใช้โดยพิจารณาถึงลักษณะของท้องถิ่นเพิ่มเติมทั้งนี้เพื่อเน้นให้เหมาะสมกับลักษณะพิเศษของแต่ละท้องถิ่น และลักษณะของผู้เรียน และเป็นการเรียนรู้ที่นำไปใช้ในชีวิตจริง
       - หลักสูตรระดับห้องเรียน สังคมจะเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับหลักสูตรระดับนี้ บุคคลที่สำคัญในเรื่องนี้คือ ครู ครูส่วนมากมักเข้าใจผิดคิดว่าตนเองไม่ได้มีส่วนร่ววมในการพัฒนาหลักสูตรแต่จริงแล้วครูนำเอาหลักสูตรระดับชาติและระดับท้องถิ่นมาปรับใช้ให้เหมาะสมและให้บรรลุจุดมุ่งหมายตามที่หลักสูตรได้กำหนดไว้ ครูที่สอนแต่ละคนในวิชาต่างๆก็จะให้กระบวนการพัฒนาหลักสูตรทั้งระบบ(โดยเป็นระบบย่อย) คือ รู้จุดมุ่งหมายของกาสอนเรื่องนั้นๆ วิชานั้นๆ ว่ามีความหมายความจำเป็นแก่ผู้เรียนอย่างไรทำไมจึงต้องสอน สามารถ ใช้วิธีสอน สื่อการสอน หนังสือเรียน แบบฝึกหัด สมารถวัดผลและประเมินผล เพื่อดูพฤติกรรมของนักเรียนว่าได้เปลี่ยนแปลงไปตามจุดมุ่งหมายหรือไม่
       การที่จะช่วยให้ครูเกิดความชำนาญ และมั่นใจในการใช้หรือพัฒนาหลักสูตรนั้นควรจะมีบริการช่วยครูให้คำปรึกษาหรือวิธีสอนในการจัดบริการหลักสูตรนี้ รัฐบาลควรจะลงทุนเสริมงบประมาณเพิ่มบุคลากรให้แก่หน่วยศึกษานิเทศก์ภาคและจัฃหวัดในการช่วยครูในการพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้การใช้หลักสูตรของครูเป็นไปโดยมีเหตุผล
ขั้นตอนของการพัฒนาหลักสูตร
       การพัฒนาหลักสูตรเป็นกระบวนการต่อเนื่องตั้งแต่การจัดทำหลักสูตรฉบับร่างทดลองใช้ จัดทำหลักสูตรฉบับจริง ดำเนินการใช้หาแนวทางที่ดีในการใช้ ปรับปรุงกระบวนการใช้ และปรับปรุงตัวหลักสูตรซึ่งอาจจะต้องหมุนเวียนกระทำซ้ำ ตั้งแต่ขั้นดำเนินการ การใช้อีกหลายครั้งหลายหนต่อเนื่องกันไปจนกว่าจะเปลี่ยนหลักสูตรทั้งหมดให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม งานพัฒนาหลักสูตร
แบ่งออกเป็นขั้นตอนใหญ่ 4 ขั้น
       ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมการ ข้อมูลที่สำคัญคือ ความจำเป็นและความต้องการของสังคมที่มีต่อการจัดการศึกษาประเภทนั้นๆและระดับนั้นๆ ปรัชญาการศึกษาก็ทำให้สามารถเตรียมการสร้างหลักสูตรได้เหมาะสม แนวคิดทางจิตวิทยาจะช่วยนำทางให้จัดหลักสูตรได้เหมาะสมกับธรรมชาติของผู้เรียน
       ขั้นที่ 2 ขั้นจัดทำทำและวางแผนการใช้หลักสูตร จากการประมวลความรู้โดยใช้ข้อมูลจากขั้นที่แล้วผนวกกับความรู้ความคิดของผู้เชี่ยวชาญเนื้อหาวิชา นักทฤษฎีการสอนจะเป็นที่มาของหลักการจุดหมายและโครงสร้างเนื้อหาวิชารวมทั้งลักษณะของการจัดประสบการณ์การเรียนการสอน สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ องค์ประกอบของการใช้หลักสูตรอันได้แก่ ความเข้าใจและการยอมรับของผู้บริหารการศึกษา ความพร้อมของหน่วยงานสนับสนุนทั้งทางด้านการเงินจะช่วยทำให้ทราบสภาพความพร้อมและแก้ปัญหาได้ล่วงหน้า
       ขั้นที่ 3 ขั้นดำเนินการใช้หลักสูตร ในระหว่างที่หลักสูตรกำลังใช้อยู่และยังไม่ครบถ้วนตามกำหนดเวลา การประเมินผลการใช้หลักสูตรจะช่วยให้ทราบปัญหาและอุปสรรค์ของกระบวนการใช้หลักสูตร อันเป็นแนวทางให้รีบปรับปรุงแก้ไขกระบวนการใช้ให้สามารถบรรลุ
       ขั้นที่ 4 ขั้นตรวจสอบผลของการใช้หลักสูตร การประเมินผลรวบยอดจะจัดทำเมื่อหลักสูตรใช้ไปครบถ้วนตามกำหนดเวลาซึ่งจะช่วยให้ได้ข้อมูลว่าหลักสูตรสามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียนตรงตามเป้าประสงค์ของหลักสูตรหรือไม่ ควรจะแก้ไขจุดหมายของหลักสูตรอย่างไรหรือควรหาทางปรับปรุงกระบวนการใช้หลักสูตรหรือไม่
ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร
       ต้องมีการร่วมมือกันหลายฝ่ายเพื่อให้ผลงานออกมาตรงเป้าหมาย ได้แก่
       1. นักบริหารหลักสูตร ได้แก่ อธิบดีกรมวิชาการ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาหลักสูตร ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาหนังสือฯ
       2. นักวิชาการ ได้แก่ อาจารย์ในมหาลัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ
       3. ครู อาจารย์ ศึกษานิเทศก์
       4. นักบริหาร ได้แก่ ผู้บริหารในระดับต่างๆ
       5. บุคคลภายนอก ได้แก่ บุคคลอื่นๆนอกจากที่กล่าวมาและเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้หลักสูตร
       6. หน่วยสนับสนุนการใช้หลักสูตร ได้แก่
       - หน่วยผลิตชุดการสอน และวัสดุอุปกรณ์
       - หน่วยผลิตสื่อสารการเรียนการสอนอื่น ๆ
       - หน่วยนิเทศและประสานงาน
       - หน่วยทดสอบและประเมินผลการเรียนในโรงเรียน
       - หน่วยแนะแนวในโรงเรียน
ผลที่ได้จากการพัฒนาหลักสูตร
       การพัฒนาหลักสูตรจะรวมไปถึงการพัฒนาเนื้อหาวิชาที่จะต้องสอน และเนื้อหาวิชาในตำราที่ใช้ประกอบการเรียนการสอนด้วย งานของการพัฒนาหลักสูตรอาจกล่าวได้ว่าเป็นหน้าที่โดยตรงของผู้เชี่ยวชาญทางด้านหลักสูตร ครูผู้สอน และนักวิชาการในการจัดวางเนื้อหาวิชา ร่วมกันทำการพัฒนาหลักสูตรโดยการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงและจัดดำเนินไปด้วยดีและได้ผลตามจุดมุ่งหมายที่วางไว้
       การพัฒนาหลัดสูตรเป็นงานที่เห็นผลช้าเพราะต้องคอยดำเนินไปทีละขั้น แล้วจึงขยายผลงานกว้างขึ้นในการดำเนินงาน ย่อมจะเกิดผลประโยชน์แก่นักเรียนดังต่อไปนี้คือ
       - มีความสามารถเกี่ยวกับทักษะในด้านต่าง ๆ เด็กจะสามารถอ่านและเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว เมื่อเรียนจบหลักสูตรมัธยมศึกษาแล้วมีความคิดริเริ่มเป็นอย่างดี
       - มีความรู้พอที่จะศึกษาต่อในชั้นสูงได้ เด็กย่อมจะมีความรู้ความสามารถพอที่จะเรียนในชั้นสูงและมีความสนใจในด้านการเรียนพอสมควร ซึ่งในการพัฒนาหลักสูตรจำเป็นที่จะต้องเน้นให้เด็กได้มีความรู้เบื้องต้น
       - ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของสังคม ในระหว่างที่เด็กศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียนนั้นๆ กิจกรรมต่างๆ และการเรียนรู้ทางวิชาการภายในโรงเรียนจะช่วยส่งเสริมให้เด็กได้รู้จักหน้าที่ของตนในฐานะพลเมืองของชาติและเป็นส่วนหนึ่งของสังคม รู้จักประพฤติและปฏิบัติตนให้ถูกต้อง
       - มีจิตใจและร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีการพัฒนาหลักสูตรมุ่งที่จะพัฒนาเด็กในด้านร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง มีความรู้และทักษะต่างๆ
       - มีความเข้าใจและรักษาความงามตามธรรมชาติ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในเมืองหลวงไม่คุ้นเคยกับธรรมชาติการพัฒนาหลักสูตรจำเป็นที่จะให้เด็กเรียนรู้เกียวกับธรรมชาติที่สวยงามเห็นคุณค่าของธรรมชาติ
       - มีวัฒนธรรมและศิลธรรมที่ดีงาม โดยมัวัฒนธรรมที่ถูกต้อง รู้จักประพฤติในสิ่งที่ดีมีความรับผิดชอบ รู้จักกาละเทศะ และประพฤติในสิ่งที่สังคมยกย่องว่าดีงามควรกระทำ รวมทั้งมีจิตใจที่เมตตากรุณาต่อผู้อื่น
       - มีความสนใจและเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว การพัฒนาหลักสูตรจะเป็นการส่งเสริมความรู้และความสามารถโดยเฉพาะของเด็ก โดยการจัดโปรแกรมการเรียน การสอน และหลักสูตรให้สอดคล้องตามความต้องการและความสามารถของเด็กสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้ผลดียิ่งขึ้น


      หนังสืออ้างอิง
บังอร      อนุเมรางกูรและคณะ.หลักสูตรและการจัดการมัธยม.ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์สถาบันราชถัฏราชนครินทร์.2542.หน้า19-35.
ประเสริฐ      ธรรมโวหาร.หลักสูตรและแบบเรียนมัธยมศึกษา.ภาควิชาหลักสูตรและการสอนคณะครุศาสตร์วิทยาลัยจันทรเกษม.2524.หน้า36-70.
ปราณี      เถลิงผล.หลักสูตรมัธยมศึกษา.กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.2519.หน้า9-108.
วิชัย      ราฎร์ศิริ.หลักสูตรและแบบเรียนมัธยมศึกษา(ศึกษา431).กรุงเทพฯ:ไทยวัฒนาพานิช.2526.หน้า30-41.
อรสา      ปราชญ์นคร.หลักสูตรและแบบเรียนมัธยมศึกษา.กรุงเทพฯ:ไทยวัฒนาพานิช.2525.หน้า116-131.
อินทิรา      บุญยาทร.หลักสูตรอุตสาหกรรมศึกษาและการจัดการมัธยมศึกษา.กรุงเทพฯ:โปรแกรมวิชาการประถมศึกษาคณะครุศาสตร์สถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา.2542.หน้า19-43.