ทฤษฎีสี

โดย วิลาวัณย์ วุฒิชาลิกานนท์  - 05 ต.ค. 2544


หลักเบื้องต้นของทฤษฎีสี
      เราสามารถเขียนหรือระบายสีได้ดีหรือไม่นั้น สิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ก็คือเราต้องรู้จักหลักเบื้องต้นของสี เพื่อที่เราจะได้นำหลักนี้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งหลักเบื้องต้นของสีก็มีดังต่อไปนี้
สีที่ใช้ระบายสีและเขียนภาพ มีแม่สีอยู่ 3 สี ได้แก่
1. สีเหลือง ( Gamboge tint )
2. สีแดง ( Crimson Red )
3. สีคราม ( Prussian Blue )
เรียกว่าแม่สีวัตถุธาตุ ( Pigmentary ) เป็นแม่สีหลักที่อาจผสมให้เป็นสีต่างๆในการเขียนและระบายภาพได้
สีที่เป็นคู่ปฏฺปักษ์ของแม่สี
หรือเรียกว่าสีตรงข้ามกับแม่สี
สีเขียว ประกอบด้วย สีคราม + สีเหลือง
สีม่วงคราม ประกอบด้วย สีคราม + สีแดง
สีส้ม ประกอบด้วย สีแดง + สีเหลือง

สีเหลือง รับและสะท้อนรัศมีสีเหลืองของแสงสว่าง และจะทอรัศมีสีแดงและสีครามเกิดเป็นสีม่วงคราม ซึ่งเป็นคู่ปฏิปักษ์ของสีแดง
สีแดง รับและสะท้อนรัศมีสีแดงของแสงสว่าง และจะทอแสงรัศมีสีครามและสีเหลืองเกิดเป็นสีเขียว ซึ่งเป็นคู่ปฏิปักษ์ของสีแดง
สีคราม รับและสะท้อนรัศมีสีครามของแสงสว่าง และจะทอแสงรัศมีสีแดงและสีเหลืองเกิดเป็นสีส้ม ซึ่งเป็นคู่ปฏิปักษ์ของสีคราม
สีตามธรรมชาติ

เหตุที่ค่าของสีที่มีอยู่ตามธรรมชาติมีสีต่างๆกัน 12 สี ค่าของสีจึงมีค่าต่างๆกันเป็น 12 ค่า สีเหลืองเป็นสีที่อ่อนที่สุด และสีม่วงครามเป็นสีที่แก่ที่สุด ทั้ง 12 สีนั้นแบ่งได้เป็น 2 วรรณะ คือ วรรณะสีร้อน ได้แก่ สีเหลือง แดง น้ำตาล และวรรณะสีเย็น ได้แก่ สีเขียว คราม เทา และดำ
ข้อพิสูจน์เพื่อจะให่ทราบว่าสีทั้งสองเป็นคู่ปฏิปักษ์ต่อกัน โดยการเอาสีคู่นั้นมาผสมกันดู ถ้าผลปรากฎเป็นสีกลาง ( คือกำหนดไม่ได้ว่าเป็นสีอะไร ) นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าสีทั้งสองเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน เพราะประกอบด้วยแม่สีจำนวนเท่าๆกัน เช่น เอาสีเหลืองมาผสมกับสีม่วงผลที่รับก็คือเป็นสีกลาง

การใช้สีตัดกัน ( Use of the true Contrasts )

1. เมื่อใช้สีคู่ใดคู่หนึ่ง โดยไม่ต้องการฆ่าสี เราจะต้องใช้สีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีปริมาณมากกว่าสีอีกฝ่ายหนึ่ง คือ ปริมาณ 20 ต่อ 80 เปอร์เซนต์ สีคู่นั้นก็จะกลมกลืนกัน
2. เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องใช้สีโดยปริมาณของสีเท่าๆกัน เราก็อาจใช้ได้โดยการฆ่าสีเสียหนึ่งสี อีกสีหนึ่งให้เป็นสีแท้เพียงสีเดียว ความรู้สึกของสีนั้นจะกลมกลืนกัน
3. ทำนองเดียวกับวิธีที่สอง แต่ฆ่าสีลงทั้งสองจะเกิดความกลมกลืนซึ่งกันและกัน
4. ถ้าใช้สีคู่ใดคู่หนึ่งในปริมาณเนื้อที่เท่าๆกัน โดยไม่ต้องฆ่าสี แต่ระบายในกระดาษซึ่งมีพื้นที่เป็นสีเทา หรือสีน้ำตาลและสีกลางอ่อนๆ วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะสีน้ำเท่านั้นเพราะสีน้ำเป็นสีที่ใสไม่อาจปิดบังสีพื้นได้ สีพื้นนั้นจะช่วยฆ่าสีให้หม่นลง สีนั้นก็จะกลมกลืนกัน
5. ถ้าใช้สีคู่ใดแต่ให้มีปริมาณแตกต่างกันโดยไม่ต้องการฆ่าสี เราใช้ได้ต่อเมื่อแยกสีนั้นให้เป็นลวดลายเล็กๆ มีช่องไฟมาก
6. ถ้ามีความจำเป็นจะต้องใช้สีที่มีเนื้อที่มากๆและไม่ต้องการฆ่าสี เราก็อาจจะทำได้แต่จะต้องเว้นที่แก่หรืออ่อนมาเป็นส่วนช่วยตัดระหว่างสีทั้งสอง สีคู่นั้นจะขาดความรุนแรงลงเช่นที่ว่านี้จะต้องมีขนาดพอเหมาะกับปริมาณของสี คือไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป


สีเอกรงค์ ( Monochrome )

คือ จะเอาสีใดสีหนึ่งเป็นสีระบาย หรือระบายเป็นพื้นโดยมีส่วนมากกว่าสีอื่นๆ โดยไม่ให้สีอื่นซึ่งเป็นสีคู่ปฏิปักษ์รวมอยู่ด้วยไม่เกิน 5 สี ข้อควรระวังก็คือ การใช้จะต้องเลือกสรรให้เป็นไปตามลำดับธรรมชาติ สีต้องเลือกจากสีอยู่ใกล้เคียงกันเสมอ

สภาพของสีส่วนรวม ( Tonalities )
คือ " แก่นของสี " ได้แก่การมองจากที่ไกลๆเราไม่สามารถที่จะมองเห็นสีอันเป็นส่วนละเอียดได้ นอกจากสีใหญ่ที่เห็น เช่น ต้นไม้ สภาพของสีส่วนรวมเป็นสีเขียว

สีที่ไม่เข้ากัน ( Discord )
Discord เป็นเรื่องตรงกันข้ามกับสีตามธรรมชาติ เมื่อเราระบายสีเรากลับน้ำหนักของสีให้ผิดไป เช่น ทำสีม่วงให้อ่อนกว่าสีเหลือง ทำให้น้ำหนักของสีส้มเข้มกว่าสีน้ำเงิน การกระทำให้สีผิดกว่าน้ำหนักธรรมดา เราเรียกว่า Discord

ค่าของสี ( Value of color )
ค่าของสี หมายถึงสีใดสีหนึ่งก็ตามค่อยๆจางลงไปตามลำดับจนกระทั่งขาว ค่าของสีตามธรรมดาที่ทำเต็มที่แล้วได้ 7 ระยะ
วิธีใช้ค่าของสี เราอาจจะใช้เพียงสีเดียวโดยเอาสีในตัวเองแท้ๆเป็นหลักแล้วค่อยๆผสมด้วยสีขาวประมาณ 7 ระยะจนถึงขาว หรืออาจจะใช้หลายสีก็ได้ โดยไม่จำกัดจะใช้สีร้อนหรือสีเย็นคละกันหรือจะใช้พวกใดพวกหนึ่งโดยเฉพาะก็ได้

ความเข้มของสี ( Intensity )
เป็นสีที่ตรงข้ามกับ Value หมายถึงสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ทำให้ค่าของสีหม่นลงไป โดยการผสมของสีหนึ่งที่มืดกว่าจนถึงสีดำตามลำดับ จะเป็นสีเดียวหรือหลายสีก็ตาม

จิตวิทยาของสี
การระบายสีใดๆสำหรับการตกแต่งย่อมมีความสัมพันธ์กับความมุ่งหมายนั้นทุกประการ
สีแดงชาด จะทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์
สีแดงและสีเหลือง จะทำให้เกิดความตื่นเต้นเร้าใจ
สีชมพู จะทำให้เกิดความประณีตงดงามใจ
สีไพล จะทำให้เกิดความรู้สึกกระชุ่มกระชวย ความเป็นหนุ่มสาว
สีเขียวและสีคราม จะทำให้เกิดความรู้สึกสงบ
สีเขียว หากอยู่ในที่บางแห่งโดยเฉพาะทำให้มีความรู้สึกแตกแยก
สีเขียวแก่และสีเทา จะทำให้เกิดความรู้สึกเศร้าใจความแก่ชรา
สีเทา จะทำให้เกิดความรู้สึกเงียบสงบ
สีขาวและสีดำอยู่ร่วมกัน จะทำให้เกิดความรู้สึกหดหู่ใจ
สีขาว จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์สดชื่น

      จากหลักการเบื้องต้นของสีตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ อาจจะช่วยให้ผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เมื่อต้องการสร้างผลงานที่เกี่ยวกับการใช้สี เพื่อที่จะได้ผลงานที่ตรงตามความต้องการในการสื่อความหมาย และจะช่วยลดปัญหาในการตัดสินใจที่จะเลือกใช้สีต่างๆได้
_________________________________________________________________________
      อ้างอิง สุกัญญา (ประจุศิลป) แสงมุกข์ . สื่อ : โสตทัศนูปกรณ์ .กรุงเทพฯ : สัมพันธ์พาณิชย์ , 2543 .